Now Reading
“น้ำอบไทย” ในวันที่เมืองไทยไม่มีสงกรานต์และต้องรักษา Social Distancing

“น้ำอบไทย” ในวันที่เมืองไทยไม่มีสงกรานต์และต้องรักษา Social Distancing

น้ำอบไทย

เมื่อขึ้นเรือนไหนแม่หญิงชาววังก็มักจะทิ้งกลิ่นหอมไว้ตั้งแต่หัวกระไดยันกระดาน อันเป็นที่มาของสำนวน “หอมติดกระดาน” หมายถึงกลิ่นหอมของน้ำปรุงที่เป็นกลิ่นประจำกายของแม่หญิงแต่ละวัง ส่วนหางน้ำปรุงหรือหางน้ำหอมนั้นนิยมนำมาทำเป็น “น้ำอบ” ไว้คลายร้อน นอนสบาย และรักษาอาการผื่นคันตามร่างกายได้อย่างดี ภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยอย่างน้ำอบและน้ำปรุงนั้น เรามักจะนึกถึงทุกครั้งเมื่อถึงวันสงกรานต์ ว่าแต่ “น้ำอบ” ยังจำเป็นอยู่หรือไม่? ในช่วงเวลาที่คนไทยไม่อาจสรงน้ำพระหรือรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ได้ดังเดิม

ในโมงยามที่ “น้ำอบ” กลายเป็นเครื่องหอมที่หลายคนยังคงมีติดบ้านจากสงกรานต์ปีก่อน ขณะที่หลายคนไม่ได้ซื้อหาเพราะไม่รู้จะมีโอกาสได้ใช้หรือไม่ เรามีความทรงจำแสนอบอุ่นที่ครั้งหนึ่งน้ำอบเคยมอบความสุขให้กับคนไทยมาแต่สมัยโบราณ วันที่ครอบครัวพร้อมหน้า ปู่ย่าตายายให้คำอวยพรพร้อมประพรมน้ำอบกลิ่นหอมฟุ้งบนศีรษะ ยามเช้าที่เราถือขวดน้ำอบนางลอยไปสรงน้ำพระคู่บ้านคู่เมือง แม้ในช่วงเวลาที่ Covid-19 กำลังแพร่ระบาด และการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) กับผู้สูงอายุในครอบครัวเป็นเรื่องจำเป็น นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เราควรมีน้ำอบกลิ่นหอมเย็นใจสักขวด ติดบ้านไว้ให้เราหายคิดถึงก็เป็นได้

น้ำอบไทย

น้ำอบไทยกับค่านิยมที่เปลี่ยนไปในยุคสมัยโซเชี่ยลฯ

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน “กลิ่นหอม” ย่อมเป็นที่ปรารถนาและตราตรึงในความทรงจำเสมอ ในช่วงเวลาที่คนไทยยังไม่มีน้ำหอมก็เห็นจะมีน้ำอบและน้ำปรุงนี่แหละ ที่ช่วยประทินผิว เส้นผม และอาภรณ์ให้มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วเรือนร่าง เชื่อกันว่า น้ำอบและน้ำปรุงเป็นของที่อยู่คู่กับคนไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึงปัจจุบัน ดังในวรรณกรรมเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” ที่บอกว่า ขุนช้างโปรดปรานการทาน้ำอบทั่วเรือนร่างในวันอากาศร้อนจัด

ส่วนความนิยมในน้ำอบและน้ำปรุงตำหรับชาววังเป็นที่เลื่องลืออย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงขนาดที่แต่ละวังก็มีสูตรลับฉบับชาววังเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ด้วยการเลือกสรรพฤกษาที่มีกลิ่นหอมเย็น อาทิ มะลิ เตยหอม กุหลาบ จำปี ใบเนียม ซ่อนชู้ (ซ่อนกลิ่น) ฯลฯ นำมาอบน้ำ ร่ำกำยาน ลอยดอกไม้สดให้กลิ่นหอมละมุนใจ หนึ่งในพระตำหนักที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหอมอย่างมากคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ พระขนิษฐาในล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงมีฝีพระหัตถ์ในการปรุงพระสุคนธ์อย่างมาก ทรงมีหน้าที่ปรุงพระสุคนธ์ถวายให้รัชกาลที่ 5 ทั้งยังทรงปรุงแป้งร่ำ กระแจะ แป้งพวง แป้งสด ไว้จำหน่ายในวังหลวงอีกด้วย

ความนิยมในน้ำอบและน้ำปรุงเริ่มลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เมื่อน้ำหอมและโคโลญจน์จากเมืองฝรั่งเข้ามาสู่แดนสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 และต้องขอบคุณ คุณยายเฮียง ธ.เชียงทอง ที่นำน้ำอบชาววังมาประยุกต์เป็นน้ำอบวางจำหน่ายในตลาดนางลอย (ปัจจุบันคือ สน.จักรวรรดิ) ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2458 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ทำให้คนไทยได้รู้จักกับ “น้ำอบนางลอย” น้ำอบไทยราคาย่อมเยาว์มาจนถึงปัจจุบัน ในวันที่เรามีแบรนด์น้ำอบให้เลือกซื้อมากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีสูตรลับและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับจริตของลูกค้าแต่ละท่านแล้วล่ะว่าคุณจะชอบเรื่องเล่า กลิ่นหอม หรือดีไซน์ของแบรนด์ไหนมากกว่ากัน

เมื่อก้าวสู่ยุคโซเชี่ยลฯ แต่ละแบรนด์จึงต้องสร้างจุดขายที่โดดเด่นและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่การดีไซน์แพ็คเกจจิ้ง การถ่ายภาพ จนถึงการสร้าง Brand Story ที่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ชนิดที่หากคุณเข้าไปติดตามเพจของแต่ละแบรนด์ คุณจะค้นพบเรื่องราวสมัยบรรพบุรุษ แรงบันดาลใจ จนถึงสูตรลับฉบับชาววังที่แตกต่างกันไป ไหนจะแพ็คเกจจิ้งที่ดูสวยงามควรค่าแก่การซื้อเป็นของฝากเพื่อนชาวต่างชาติหรือญาติผู้ใหญ่ได้เลย

กลยุทธ์เหล่านี้ล้วนสร้างแรงดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มใหม่ในโลกโซเชี่ยลฯ และมัดใจลูกค้ากลุ่มเดิมให้ภาคภูมิใจในแบรนด์ของตัวเอง เรียกว่าเป็นการสร้าง Brand Awareness และ Brand Royalty ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ตำนานความหอมของน้ำอบที่อยู่คู่บ้านเรือนคนไทยมาช้านาน ‘น้ำอบนางลอย’ จัดเซ็ตความหอมพร้อมส่ง 3 เซ็ตในราคาพิเศษ ได้แก่ น้ำอบเล็ก+แป้งหินร่ำ ชุดละ 35 บาท, น้ำอบกลาง+แป้งหินร่ำ+ขันเงิน ชุดละ 60 บาท และน้ำอบกลาง+ผอบเล็ก+แป้งหินร่ำ ชุดละ 95 บาท >> www.facebook.com/nangloy
  • หากอยากสัมผัสกลิ่นน้ำอบสูตรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ คุณต้องแวะไปจับจองที่ ‘เทวาภิรมย์’ ทั้งยังมีน้ำอบไทยกลิ่นกุหลาบและตำรับหลวงให้เลือกช้อป 2 ขนาด ขวดเล็ก 60 ml. 120 บาท ขวดใหญ่  160 ml. 200 บาท >> www.facebook.com/tevapirom.perfume
น้ำอบไทย
  • ‘เย็นอุรา’ (Yen-U-Ra) ชูจุดขาย 4 กรรมวิธีดั้งเดิม ได้แก่ การอบน้ำ การร่ำกำยาน การร่ำแป้ง และการลอยดอกไม้สด ปรุงด้วยสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ชะลูด จันทน์เทศ พิมเสน ใบเนียม ที่ช่วยคลายร้อนและลดผดผื่น พร้อมกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ มี 2 ขนาดให้เลือก 60 ml. 240 บาท และ 120 ml. 450 บาท >> www.facebook.com/YenURaHome
  • หากอยากมอบเซ็ตของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่หรือเจ้านายแทนการรดน้ำดำหัว ‘นวยนาด’ (NuayNard) จัดชุดของขวัญชื่นจิต และชุดของขวัญชื่นใจ ที่นำน้ำอบไทยมาผสานกลิ่นหอมร่วมสมัยในตะกร้าสาน ประกอบด้วยน้ำอบและบอดี้วอซ เซ็ตละ 660 บาท >> www.facebook.com/nuaynardhandcraft
  • สำหรับคนที่มีรสนิยมความหอมไม่เหมือนใคร ‘กัญญาน้ำอบ’ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เน้นกลิ่นหอมที่สื่อถึงอิสตรีที่เปี่ยมรสนิยมแบบไทยๆ มีให้เลือกช้อป 3 ขนาด ได้แก่ กัญญาน้ำอบ 2 กล่อง 899 บาท, 5 กล่อง 2,020 บาท และกัญญาน้ำอบ 3 ขวด+จริตน้ำปรุง 1 ชุด (3 กลิ่น) 2,563 บาท >> www.facebook.com/ItsTreeThai/
น้ำอบไทย

ไม่ได้รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เอาน้ำอบไปทำอะไรดี?

เปลี่ยนจากการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่และสรงน้ำพระคู่บ้านคู่เมือง เป็นการสรงน้ำพระพุทธรูปประจำบ้านพร้อมกับทำความสะอาดหิ้งพระรับปีใหม่ไทยกันดีกว่า การสรงน้ำพระหรือที่เรียกว่า “เถราภิเษก” เป็นความเชื่อทางศาสนาพุทธมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยพระเจ้าปเสนทิโกศล ทูลถามพระพุทธเจ้าถึงอานิสงส์ของการสักการะบูชาสรงเถราภิเษกแก่พระภิกษุ

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูกรมหาราช บุคคลใดมีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการ ในเมื่อปรารถนาอันใดก็จะสมความมุ่งมาตรปรารถนาทุกประการ การทำเถราภิเษกนี้ได้ทำกันสืบๆ มาในครั้งพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ”

น้ำอบไทย

การสรงน้ำพระพุทธรูป จึงเป็นการถวายอามิสบูชาซึ่งเป็นเครื่องหอมของหอม อันเกิดจากศรัทธาและความเลื่อมใสในพระรันตรัย และเป็นการตั้งจิตอธิษฐานให้สิ่งที่มุ่งหวังเป็นจริง อีกนัยหนึ่งการสรงน้ำพระยังช่วยให้จิตใจสุขสงบและมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ อีกทั้งกลิ่นหอมของน้ำอบและน้ำปรุงยังช่วยให้จิตใจสุขสงบ ผ่อนคลาย และจัดเป็นกลิ่นอโรม่าประเภทหนึ่งอีกด้วย

อากาศร้อน นอนไม่หลับ “น้ำอบ” ช่วยได้

ในวันที่อากาศร้อนจัด คนไทยสมัยโบราณนิยมนำน้ำอบมาประพรมทั่วร่างกายหลังอาบน้ำ เพื่อให้รู้สึกสดชื่นสบายตัวและหลับง่าย ขณะที่คนยุคใหม่นิยมทาแป้งเย็นบนร่างกายและใบหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วมีส่วนผสมของ “ทัลค์” หรือ “ทัลคัม” ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ รบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

งานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า ส่วนผสมของสมุนไพรและดอกไม้นานาพันธุ์ในน้ำอบ มีคุณสมบัติที่ช่วยในการดับพิษร้อน บรรเทาอาการผื่นคันตามร่างกาย และกลิ่นหอมของดอกไม้ อาทิ มะลิ กุหลาบ เตยหอม ฯลฯ ยังช่วยให้บำบัดจิตใจให้ผ่อนคลาย อีกทั้งสมุนไพรบางชนิดในน้ำอบยังช่วยบำรุงหัวใจ แก้อาการวิงเวียนศีรษะ และช่วยให้หลับสบาย เช่นเดียวกับชะลูด กำยาน จันทน์เทศ กระแจะหรือทานาคา ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยปกป้องผิว ลดอาการผื่นคันและการแพ้บนผิวหนัง ที่สำคัญมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจที่ช่วยให้ผ่อนคลายสบายผิวสุดๆ

น้ำอบไทย

ฤดูร้อนนี้ เปลี่ยนจากการทาแป้งหอมเย็นคลายร้อนตอนอยู่บ้าน มาเป็นน้ำอบร่ำเพื่อให้คุณผ่อนคลายกับกลิ่นหอมของดอกไม้ในวรรณคดีไทย ไม่แน่น้ำอบหรือน้ำปรุงกลิ่นที่คุ้นเคยมาแต่จำความ อาจจะพอคลายความโหยหาอดีตของคนเมืองได้ไม่มากก็น้อย แล้วอย่าลืมเปิดดนตรีไทยคลอเบาๆ ตอน Work from Home แม้ไม่หอมติดกระดานก็หอมติดบ้านกันบ้างล่ะ

อภิพร วัชรสินธุ์