Now Reading
กฎ 5 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “เรตินอล” หนึ่งในสกินแคร์แห่งยุค 2020 เพื่อผิวกระชับ สวย กระจ่างใส

กฎ 5 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ “เรตินอล” หนึ่งในสกินแคร์แห่งยุค 2020 เพื่อผิวกระชับ สวย กระจ่างใส

เพื่อผิวสวย โกลด์ ใส ของคุณนับแต่วันแรกที่ก้าวย่างสู่ความเป็นสาว เราเชื่อว่าคุณได้ใช้หลากหลาย เทคนิคการดูแล ทั้งการเลือกใช้สกินแคร์ต่างๆที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลความงามของ สาวๆทุกคน แต่ในวันนี้เรามีอีกหนึ่งสกินแคร์ที่อยากให้คุณได้รู้จัก เพราะคุณสมบัติของไอเท็มตัวนี้ จะกลายเป็นฮีโร่แห่งความงามที่ช่วยดูแลเรื่องริ้วรอย เติมความชุ่มชื้น เพื่อโชว์ผิวหน้าโกลว์กระจ่างใส ดูอ่อนวัย

และไอเท็มที่เรากำลังพูดถึง หลายคนอาจจะเริ่มคุ้นชื่อมาพอสมควร งั้นเรามาทำความรู้จักกับเรตินอล สกินแคร์ในยุค 2020 โดย ดร. อัญชลี มาห์ทู ผู้ให้คำปรึกษาด้านผิวหนังจาก Skin55 และผู้เขียนหนังสือ The Skincare Bible (คัมภีร์ดูแลผิว) กล่าวว่า “จากผลสำรวจพบว่าเรตินอล สามารถช่วยลดเลือน ริ้วรอยต่างๆ อีกทั้งยังทำให้รอยต่างๆดูตื้นขึ้น กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิว กระจ่างใสและเรียบเนียบมากขึ้น”

แต่สำหรับมือใหม่หัดใช้เรตินอล อาจจะยังสับสนงุนงง  อันเนื่องมาจากผลิตภันฑ์ที่มากมายหลากหลาย ยี่ห้อที่ใช้เรตินอลเป็นส่วนผสมหรือใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่ ดร.มาห์ทูอได้อธิบายว่า “ชื่อที่แตกต่าง กันนั้น มีจุดประสงค์ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกประเภทก็เพียงเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว เรตินอลทุกๆ ชนิด ที่คุณเคยเห็ นมาล้วนแต่คือวิตามินเอทั้งสิ้น”

Cr. www.independent.co.uk

แต่เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักกฏเหล็ก 5 ข้อ เกี่ยวกับการเลือกใช้ เรตินอล ให้ถูกวิธีกันดีกว่า

Cr. www.thezoereport.com

กฏข้อแรก: ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เรตินอลที่ระบุโดยแพทย์

ดังที่กล่าวไปเบื้องต้น เรตินอลคือวิตามินเอและอนุพันธ์ของวิตามินเอทั้งหมด  ดร. เดเนียล ไอแซค ผอ. ฝ่ายวิจัยของ Medik8 กล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่สร้างความสับสนงุนงงให้แก่ผู้คนได้ง่ายมาก เวลาแบรนด์ ต่างๆ กล่าวว่า “ได้รับการทดลองและเป็นที่ไว้วางใจจากบทความด้านผิวหนังจากหลายๆ สำนัก”

ซึ่งอาจหมายความได้ว่าแบรนด์เหล่านั้นได้ทำการทดสอบอย่างเข้มข้นจนได้ผลลัพท์ว่า เรตินอลชนิดนั้นๆ ได้ผลมากกว่าชนิดอื่นๆจริง ดร. ไอแซคอธิบายว่า “เมื่อเราเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เรตินอลกับผิวของเรา มันจะเกิด ปฏิกิริยาขึ้นสองครั้งด้วยกัน ในตอนแรกเรตินอลจะแปรสภาพกลายเป็นวิตามินแบบสเถียร และหลังจาก นั้น จึงเปลี่ยนเป็นกรดวิตามินเอ ซึ่งจะถูกดูดไปใช้โดยผิวของเราในที่สุด – ปฏิกิริยาดังกล่าวจะส่งผลให้ ผิวของคุณ ผลัดเปลี่ยนเซลล์ และเร่งการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสวยงาม อย่างที่คุณๆ คงเคยได้ยินกัน”

แต่ในความจริงแล้ว ยังมีเรตินอลอีกหลากหลายรูปแบบที่คุณต้องทำความรู้จักเช่นเดียวกัน อย่างเช่น เรตินอลดีไฮด์ ซึ่งเป็นเรตินอลรุ่นใหม่ที่เมื่อใช้แล้วจะเห็นผลเร็วขึ้นกว่าเดิม 11 เท่า โดยมีคุณสมบัติที่ช่วย ในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังอย่างรวดเร็ว เสริมสร้างการผลิตคอลลาเจน และยังช่วยชะล้างแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ (ซึ่งเป็นผลพลอยได้สำหรับผู้มีสิวอีกด้วย) ซึ่งเรตินอลดีไฮด์มีจำหน่ายโดยแบรนด์ Medik8’s Crystal Retinal ซึ่งดีพอๆกับเรตินอลที่แพทย์มืออาชีพแนะนำ

นอกจากนี้ ยังมีเรตินิลชนิดเสถียร (Retinyl Retinoate) ซึ่งเป็นสูตรไฮบริทที่เพิ่มเรตินอลและกรดวิตามินเอ ซึ่งช่วยลดความเสื่อมสภาพของผิวและยังไม่ทำให้ผิวระคายเคืองจากกรดวิตามินเออีกด้วย ซึ่งเพิ่มความ สามารถในการลดริ้วรอยและเพิ่มความสามารถในการผลิตคอลลาเจนได้มากกว่าเรตินอลปกติถึงแปดเท่า ที่พิเศษกว่านั้นคือสูตรนี้สามารถป้องกันแสงแดดได้  สาวๆจึงสามารถใช้สูตรนี้ได้ทั้งช่วงกลางวัน และกลางคืน

Cr. www.newbeauty.com

กฏข้อที่สอง: ต้องเลือกเปอร์เซนต์ให้เป็น

หลังจากที่เลือกชนิดของเรตินอลเป็นที่เรียบร้อย คุณก็ต้องมาพิจารณาเรื่องเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้น ของแบรนด์ที่คุณเลือกใช้ด้วย ถ้าหากคุณตั้งใจใช้เรตินอลธรรมดา ดร. อัญชลี มาห์ทู แนะนำว่าให้เริ่ม จากแบรนด์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลประมาณ 0.1% ก่อน ในขณะที่ ดร. เดเนียล ไอแซค แนะนำให้ เริ่มต้นที่  0.2%  

ซึ่งอันที่จริงแล้ว การเลือกใช้จำนวนความเข้มข้นของเรตินอลนั้นล้วนขึ้นอยู่กับชนิดของผิวคุณด้วย ดร.ไอแซคกล่าวเสริมว่า “ตัวเลือกที่แนะนำคือผลิคภัณฑ์ที่มีสรรพคุณแบบ time-release เพื่อให้วิตามินเอค่อยๆซึมซับลงผิวของคุณอย่างช้าๆ ลดอัตราเสี่ยงของการแพ้หรือคันที่อาจเกิดขึ้นได้”

Cr. www.allure.com

กฏข้อที่สาม: ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ดร. มาห์ทูแนะนำว่า “อาการคันอาจเกิดขึ้นได้หากคุณเพิ่งเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกเรตินอลใหม่ๆ ดังนั้นคุณควรใช้ผลิคภัณฑ์แค่สัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้งก่อน แล้วค่อยๆปรับเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น หลังจากนั้น” และเมื่อผิวของคุณคุ้นชินและรับสภาพเข้ากับวิตามินแล้ว คุณจึงสามารถเพิ่มปริมานได้ ในเวลาต่อมา โดยการเลือกใช้เรตินอลที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น

ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ลดความระคายเคืองได้อีกเช่นกันนั่นก็คือการทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นผิว 20 นาที ก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์เรตินอล ซึ่งจะช่วยลดความคัน ผิวแตก ผิวแห้ง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการใช้ วิตามินเอ

Cr. www.allure.com

กฏข้อที่สี่: อย่าคาดหวังผลลัพธ์แบบข้ามคืน

เฉกเช่นทุกๆเรื่องในชีวิตของเรา คุณจำเป็นต้องรอเพื่อให้มันได้ผล ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือนจึงจะเห็นผลชัดขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง (แม้ว่าจากคำยืนยันของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จะบอกว่าใช้เวลา นานกว่านั้นก็ตาม) แต่ไม่ว่าจะต้องรอนานแค่ไหนผลลัพท์ก็ย่อมคุ้มค่าเสมอ

Cr. www.allure.com

กฏข้อที่ 5: ป้องกันอีกชั้นด้วย SPF

สิ่งที่หลายๆคนทำผิดพลาดบ่อยที่สุดนั่นก็คือการใช้เรตินอลในตอนกลางคืน แต่กลับไม่ปกป้องชั้นผิว ในตอนกลางวันด้วย SPF (ซึ่งจริงๆแล้วคุณเองก็ควรทาครีมกันแดดทุกๆวันเช่นกัน) ซึ่งการไม่ปกป้องชั้นผิว ด้วย SPF นั้นส่งผลโดยตรงให้ชั้นผิวของเราเสื่อมสภาพ ดังนั้น การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง จึงสำคัญ เป็นอย่างมากในการช่วยทำให้เรตินอลเห็นผลไวขึ้น

Reference

www.vogue.co.uk

Image credit

www.newbeauty.com

www.independent.co.uk

www.thezoereport.com

www.allure.com


เรียบเรียงโดย     นัฎทยา เวชสิทธิ์

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ถึงกองบรรณาธิการ : pr.fyibangkok@gmail.com  โทรศัพท์ : 093 595 9236