Now Reading
RakDok Floral Week (s) นิทรรศการ ‘รักดอก’ ของคนรักดอกไม้ บนวิถีของชาวหัวตะเข้

RakDok Floral Week (s) นิทรรศการ ‘รักดอก’ ของคนรักดอกไม้ บนวิถีของชาวหัวตะเข้

กลิ่นอายฝนระคนกลิ่นไม้เก่าแต่งเติมเรื่องราวให้ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ ริมคลองประเวศบุรีรมย์ ดูโรแมนติกกว่าเคย แต้มเติมเรื่องราวเก่าๆ ด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ ผลงานการออกแบบของทีมดีไซเนอร์ของ RainForest Thailand ที่จัดจ้านด้านการจัดดอกไม้ในงานแต่งและอีเวนท์มานานปี ก่อนที่โควิด-19 จะทำให้พวกเขาลุกขึ้นมาสร้างสีสันสดใสให้ชุมชนเก่าแก่อายุนับร้อยปี กลายเป็นหมุดหมายใหม่ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว และเพิ่มเสน่ห์ให้คนรักดอกไม้ ตามหานิยามใหม่ของงานนิทรรศการที่ได้แรงบันดาลใจจากชุมชนริมคลองและดอกไม้ใน RakDok Floral Week (s) หรือ “ดอกไม้แรก (ยิ้ม) แย้ม”

ที่มาของคำว่า RakDok (อ่านว่า ‘รักดอก’) มาจากความหลงใหลในดอกไม้ของกลุ่มนักจัดดอกไม้ชื่อดังของเมืองไทย เพิ่มความสนุกให้ชื่อของนิทรรศการติดหูด้วยการเล่นคำ “รักดอก จึง (จัด) ดอกไม้” แต่น้อยคนจะรู้ว่านิทรรศการดอกไม้ในชื่อเดียวกัน เคยจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว ก่อนจะพ่วงท้ายด้วยคำว่า Floral Week (s) นัยเพื่อเป็นการสานต่อสู่โปรเจ็คต์อื่นๆ ในนามนิทรรศการดอกไม้ ขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจและความน่าสนใจของแต่ละชุมชน

“การทำงานกับชุมชนเป็นอะไรที่ตื่นเต้นและท้าทายความสามารถมากค่ะ เพราะชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้มีความคลาสสิคของตัวอาคาร วิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำมาตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมย่านหัวตะเข้เป็นตลาดน้ำที่คึกคักไปด้วยเรือและผู้คน จนทุกวันนี้ชาวชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูภาพความทรงจำเก่าๆ ให้ยังคงงดงาม การที่เรามาจัดดอกไม้จึงเป็นการทำงานที่ต้องใช้เวลาในการศึกษามากกว่า 1 เดือน ก่อนจะคิดงานออกแบบให้ลงตัว และสะท้อนวิถีชีวิตของชาวชุมชนได้อย่างกลมกลืน โดยมี ‘ดอกไม้’ เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และสร้างสีสันให้ชุมชนดูมีเสน่ห์บนความคลาสสิค” มานวิกา ฉิมทับ หรือ ‘คุณแพรว’ หนึ่งในทีมนักจัดดอกไม้ ที่ผันตัวเองมาเป็นภัณฑรักษ์ เล่าถึงที่มาของนิทรรศการดอกไม้กับชุมชนหัวตะเข้

ส่วนที่มาของการจัดนิทรรศการดอกไม้กับชุมชนในกรุงเทพฯ เริ่มต้นจากบทสนาทนาในคาเฟ่เล็กๆ ชื่อ ‘Café de Fleur’ หรือคาเฟ่ดอกไม้ของ นักรบ สังเกตุ หรือ ‘คุณโด่ง’ เจ้าของร้าน ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2563 อดีตพนักงานสายการบินแห่งหนึ่งของอเมริกา ที่เดินทางกลับมาดูแลคุณพ่อในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะเริ่มต้นความฝันที่อยากมีคาเฟ่เล็กๆ ริมคลอง “เรากับโจ้ (ชยวัสส์ ปัญจภักดี หรือคุณโจ้ RainForest) เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เราหลงใหลดอกไม้เหมือนกัน พอผมเปิดร้านกาแฟ โจ้ก็เป็นลูกค้าประจำคนแรกๆ และกลายเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ ในกลุ่ม เหมือนเป็นสถานที่ re-union โจ้เลยรู้สึกว่าน่าจะจัดนิทรรศการดอกไม้ที่นี่ ด้วยความมีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชน มันน่าจะชุบชีวิตให้ชุมชนเก่าแก่ดูมีสีสันและสวยงามมากขึ้น”

คุณโด่ง-นักรบ สังเกตุ

“โจ้เป็นลูกค้าประจำคนแรกๆ ของ Café de Fleur และคิดถึงการจัดนิทรรศการดอกไม้ที่นี่ ด้วยความมีเอกลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชน ดอกไม้น่าจะชุบชีวิตให้ชุมชนเก่าแก่ดูมีสีสันและสวยงามมากขึ้น”

นิทรรศการดอกไม้ RakDaok จึงผลิบานพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ แบ่งโซนจัดงานออกเป็น 12 จุดเช็คอินเก๋ๆ ที่มีคอนเส็ปต์และแรงบันดาลใจแตกต่างกัน ทันทีที่ข้ามฝั่งคลองมายังชุมชนริมคลอง คุณแพรวแนะนำว่า “คุณต้องเริ่มเดินชมนิทรรศการที่ร้าน ‘สี่แยกหัวตะเข้ คาเฟ่ แอนด์ เกสต์เฮ้าส์’ ผลงานการออกแบบของพี่โจ้” เรือไม้โบราณลำเล็กๆ ที่เคยใช้สัญจรไปมาในคลองประเวศบุรีรมย์ ได้รับการตกแต่งเป็นเรือดอกไม้ผลิบานในคอนเส็ปต์ ‘How to Hug’ ราวกับเราอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของมวลดอกไม้

ถัดมาคือผลงานชุด ‘Café aux Fleurs’ ที่เนรมิตคาเฟ่ดอกไม้ของคุณโด่ง เป็นฟลาวเวอร์แกลเลอรี ด้วยการนำกรอบรูปวินเทจมาตกแต่งเข้ากับดอกไม้ เพิ่มความลื่นไหลของดีไซน์ด้วยดอกกล้วยไม้สีแดงสดบานสะพรั่งภายในร้าน กล้วยไม้ให้อารมณ์เหมือนสายน้ำที่ไหลเลื่อนสู่ซุ้มดอกไม้บนชั้นสอง มองแล้วเคลิ้มฝันยามเมื่อฝนโปรยปราย ยิ่งถ้าจิบ Cold Brew Flower ซิกเนเจอร์กลิ่นหอมละมุน กับหนังสือดีๆ สักเล่ม บ่ายวันพักผ่อนจะกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลายคนโปรดปราน

ไม่ไกลจากคาเฟ่ดอกไม้เป็นร้านขายอุปกรณ์ตกปลาของ คุณป้ามาลี ศิริพงศ์ติกานนท์ หรือ ‘เจ๊ลิ้ง’ วัย 75 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มาทั้งชีวิต “ป้าชอบมากเลยล่ะนิทรรศการแบบนี้ อยากให้จัดบ่อยๆ เพราะชุมชนดูมีสีสันขึ้นเยอะ ผู้คนก็คึกคักหลังจากช่วงโควิด-19 ย่านนี้แทบจะร้างเลยล่ะ พอเห็นน้องๆ นักจัดดอกไม้มาตกแต่งสถานที่กัน ป้าก็ยินดีให้เขาใช้ไซดักปลาของร้าน สวยดีนะ ป้ายังอยากให้เขาจัดหน้าร้านป้าให้ดอกไม้แน่นๆ กว่านี้เลย” พูดจบป้ามาลีก็หัวเราะพร้อมชื่นชมงาน ‘Be a Marigold’ ที่นักออกแบบนำแนวคิดในการผสานความเชื่อเรื่อง ‘ไซดักทรัพย์’ เข้ากับดอกดาวเรืองที่นิยมบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

คุณป้ามาลี ศิริพงศ์ติกานนท์ หรือ ‘เจ๊ลิ้ง’ เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกปลา

‘โรงระหัด’ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของนิทรรศการ ที่ซ่อนความงดงามของมวลดอกไม้ไว้ภายใต้ประตูไม้ขนาดมหึมา อดีตโรงไม้ที่ใช้สร้างระหัดวิดน้ำเข้านา ดัดแปลงเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะผสานนิทรรศการดอกไม้ที่สวยงามราวต้องมนต์ เมื่อก้าวเข้าไปภายในโรงไม้หลังสุดท้ายของชุมชน คุณต้องหลงใหลผลงานชุด ‘Flower Bubble’ และ ‘RakDok Market’ ที่นำดอกสแตติสมาดีไซน์เข้ากับเครื่องจักสานของชุมชนได้อย่างงดงาม ก่อนจะเดินผ่านม่านดอกรักในคอนเส็ปต์ ‘รักดอก ดอกรัก’ ที่คุณแพรวเล่าว่า “มันเป็นโจทย์หินที่ท้าทายความสามารถของนักออกแบบ เพราะต้องค่อยๆ ย้อมสีดอกรักให้ไล่เฉดได้อย่างงดงาม สื่อถึงสายธารที่เป็นสายสัมพันธ์ของวิถีชีวิตริมคลองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงทุกวันนี้”

ม่านดอกรักเก็บซ่อนผลงาน Master Piece ไว้เบื้องหลัง คุณจะพบกับสีสันจัดจ้านของผลงานชุด ‘How U Remind Me’ ที่โดดเด่นด้วยการนำเรือไม้โบราณ ประดับประดาด้วยดอกสแตติสสีม่วงตัดกับสีเหลืองสดใส ที่ชวนให้เคลิ้มฝันไปกับความสวยจนต้องขอโดดไปถ่ายรูปเซลฟี่สวยๆ กลางทะเลดอกไม้ แล้วค่อยเอนกายบนโซฟาวินเทจชมงาน ‘Fifty Shades of Plant’ ที่นำขยะพลาสติกหรือขวดแก้วมารีไซเคิลเป็นแจกันดอกไม้หลากสีสัน ผสมผสานเทคนิคการพ่นสีแบบ Gradient และการเพนท์ลวดลายลงบนใบไม้ให้เกิดมิติและความงาม จัดวางบนโต๊ะไม้แบบ long table ให้ความรู้สึกราวกับปาร์ตี้น้ำชาของ Mad Hatter

RakDok Floral Week (s) ดอกไม้แรก (ยิ้ม) แย้ม ยังมีผลงานการจัดดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ให้ชื่นชมมากมาย กระจัดกระจายไปยังร้านรวงต่างๆ ภายในชุมชน จนคุณสามารถทิ้งร่างแล้วปล่อยกาย-ใจให้ผ่อนคลายท่ามกลางสีสันของดอกไม้ บ้านไม้อายุนับร้อยปี และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวชุมชนเล็กๆ ริมคลอง ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.-4 ส.ค. 2563 ตั้งแต่ 10:00-20:00 น. ณ ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ (ลาดกระบัง ซอย 17) หรือติดตามข่าวความเคลื่อนไหวได้ที่ http://rakdok.com/event/

อภิพร วัชรสินธุ์