Now Reading
5 ชาเลนจ์ครองใจคนไทยช่วงโควิด-19 และเจาะลึกกลยุทธ์ที่ทำให้ TikTok มาแรงสุดนาทีนี้

5 ชาเลนจ์ครองใจคนไทยช่วงโควิด-19 และเจาะลึกกลยุทธ์ที่ทำให้ TikTok มาแรงสุดนาทีนี้

ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลไปทั่วโลก หนึ่งในความเอนเตอร์เทนท์ที่ทุกคนสัมผัสได้ในช่วงล็อคดาวน์ คือการเล่นชาเลนจ์สนุก ๆ ทั้ง ‘เจน นุ่น โบว์’ Super Valentine จนถึงกระแส ‘ส้มหยุด’ ของคุณแม่สิตางศุ์ นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘TikTok’ แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นสัญชาติจีน ที่เข้ามาสร้างสีสันให้วงการคอนเทนท์ครีเอเตอร์ของไทยตั้งแต่ปี 2017 จนปัจจุบันเป็นแอพพลิเคชั่นที่ประสบความสำเร็จด้วยสถิติผู้เข้าเล่นสูงสุดถึง 1,500 ล้านคนต่อเดือนนับตั้งแต่กลางปี 2019

TikTok

Cr: cpomagazine.com

จากจุดเริ่มต้นของ ByteDance สตาร์ทอัพที่บริหารงานโดย Zhang Yiming มหาเศรษฐีหนุ่มวัย 37 ปีที่ร่ำรวยติดลำดับ 13 ของประเทศจีน ปัจจุบัน TikTok ครองใจวัยรุ่นและเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่หลายแพลตฟอร์มพยายามเข้าถึงอย่างหนักคือ Gen Y และ Z อีกทั้งกระแสการร่วมสนุกผ่านแคมเปญและชาเลนจ์ต่าง ๆ ยังมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ในโมงยามที่คนไทยต้องการพักก่อนจากข่าวการแพร่ระบาด ลักศมี จง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์ของ TikTok ได้สรุป 5 เทรนด์ชาเลนจ์ติดท้อป 5 ของเมืองไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 มาอัพเดตผ่าน FYI BKK พร้อมเผยกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของชาเลนจ์ต่าง ๆ ในแอพพลิเคชั่นนี้

ลักศมี จง ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาคอนเทนต์ของ TikTok

Top 5 Challenge ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในเมืองไทยช่วงวิกฤตโควิด-19

อันดับ 1 #คนไทยเป็นคนตลก

เมื่อเรื่องตลกสามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คนได้อย่างดี #คนไทยเป็นคนตลก จึงเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์ขำๆ ที่ชวนให้คนมาโชว์ความฮาในแบบฉบับของตัวเอง เพื่อให้คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้โชว์มุขเกรียน ๆ แกล้งเพื่อนเรียกเสียงฮา รวมถึงแนวสร้างสรรค์ ความฮาที่ดังจนเป็นไวรัล ทำให้มียอดวิวรวมอยู่ที่ 3.3 พันล้านวิว สะท้อนได้ว่า เรื่องตลกเป็นสิ่งที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้เป็นอย่างดี

อันดับ 2 #มีมไทย

รวมเรื่องตลกในชีวิตประจำวันที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัว เรื่องเล่าสุดเฮฮา เรียกเสียงหัวเราะได้อย่างสนุกสนานจนบางทีถึงขั้นน้ำตาเล็ด ทำให้ชาเลนจ์นี้มียอมวิวรวมกว่า 2.7 พันล้านวิวเลยทีเดียว 

อันดับ 3 #หน้าตาที่เปลี่ยนไป

อีกหนึ่งเอ็ฟเฟ็กต์ของ TikTok ที่ทำให้ผู้คนได้ถ่ายทอดวิวัฒนาการของใบหน้าตัวเองว่า หน้าตาจากเด็กจนโต เปลี่ยนไปขนาดไหน ผ่านฟีเจอร์ #หน้าตาที่เปลี่ยนไป จนทำให้ล่าสุด มียอดวิวรวมอยู่ที่ 2.1 พันล้านวิว

TikTok

อันดับ 4 #เมษาAtHome

เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้เดือนเมษายนในปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ผู้คนจึงใช้เวลาทำกิจกรรมอยู่บ้าน#เมษาAtHome จึงเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์ที่ชวนผู้คนสนุกกับการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ทั้งการทำอาหาร การเต้น ออกกำลังกาย และการเพิ่มความรู้รอบตัว จนทำให้มียอดวิวรวมอยู่ที่ 1.2 พันล้านวิว สะท้อนให้เห็นว่า เมษายนปีนี้สนุกกว่าที่เคย

อันดับ 5 #เมื่อ

อีกหนึ่งชาเลนจ์ที่เชิญชวนทุกคนมาเป็นมีมหน้าใหม่ #เมื่อ TikTok อยากพาฮา มีหรือจะแป๊ก อีกหนึ่งชาเลนจ์ที่แชร์ไอเดียเรียกเสียงหัวเราะกับการทำคลิปภายใต้โจทย์ “เมื่อ” ขึ้นแท่นสุดยอดมีมเมอร์ ที่ทำเอาครีเอเตอร์หลายคนต้องงัดเอาความสามารถผนวกความฮาออกมาประชันกัน จนยอดวิวพุ่งหลักร้อยล้าน ล่าสุดยอดวิวรวมอยู่ที่ 873.1 ล้านวิว

กลยุทธ์ในการคิดชาเลนจ์ให้ประสบความสำเร็จใน TikTok

กลยุทธ์สำคัญของการคิด Challenge ใน TikTok คือการทำความเข้าใจกับ Local มากที่สุดว่าต้องการอะไร รวมถึงสร้างความหลากหลายของ Challenge ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากสไตล์ ซึ่งจะพบว่าในแพลตฟอร์มของเราในตอนนี้มี Challenge เยอะมาก ทั้งหมดนี้เพื่อตอบโจทย์ทุกคาแร็คเตอร์ของผู้ใช้งาน โดยแนวทางในการสร้างสรรค์ชาเลนจ์ต่างๆ ประกอบด้วย

  • มีความ Localise เหมาะสมและโดนใจผู้เล่นในท้องถิ่นประเทศนั้น ๆ สังเกตได้ว่า hashtag ที่เป็นของประเทศไทย เราก็จะทำ hashtag ที่เป็นภาษาไทย เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารและทำความเข้าใจ
  • เข้ากับสถานการณ์และความสนใจ อาทิ การสร้างสรรค์ชาเลนจ์ในเทศกาลต่างๆ
  • เน้นความหลากหลาย ในหนึ่งวัน TikTok มี Challenge เยอะมาก เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ทุกคาแรคเตอร์ ทั้งคนชอบเต้น ลิปซิงค์ ครีเอทีฟ มีม เป็นต้น
  • เป็นชาเลนจ์ที่ใคร ๆ ก็ทำตามได้ ไม่ยากจนเกินไป
  • มีการใช้ effect หรือ sticker ใน TikTok เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับคลิปที่ไม่เหมือนใคร

เหตุผลที่ทำให้เซเลบริตี้ชื่อดังของไทยและระดับโลกร่วมชาเลนจ์ของ Tik Tok 

TikTok เป็นแพลตฟอร์มวีดีโอสั้นที่เปิดกว้าง เป็นช่องทางที่น่าสนใจในการใช้สื่อสารกับผู้ที่ชื่นชอบ ในขณะเดียวกันแพลตฟอร์มนี้ยังช่วยให้เซเลบริตี้ต่างๆ ได้สื่อสารกับแฟนๆ ของพวกเขาได้อย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์มากขึ้นกว่าเดิม และสามารถเปิดเผยตัวตนในมุมใหม่ๆ ให้สังคมและผู้ติดตามได้เห็น อีกทั้งสามารถสร้าง engagement กับผู้ติดตามได้ลึกขึ้น

‘ตลก’ ‘อาหาร’ ‘ความสามารถพิเศษ’ ได้รับความสนใจจากคนไทยมากที่สุด

คอนเทนต์ที่คนไทยนิยมนั้นจะมีความหลากหลาย โดย 10 อันดับคอนเทนต์ที่คนไทยนิยมมากที่สุด ได้แก่ ‘Lifestyle’ ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ความรัก Vlog และครอบครัว ‘Performance’ เน้นความสามารถพิเศษและตลก ‘Entertainment’ เน้นเกม ป๊อปคัลเจอร์ คอสเพลย์ และกลุ่มแฟนคลับ ‘กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง’ โดยเฉพาะการออกกำลังกาย ‘ท่องเที่ยวและพักผ่อน’ เน้นอาหาร เครื่องดื่ม และสถานที่ท่องเที่ยว ‘Beauty’ เน้นความงามและแฟชั่น ‘ความรู้’ (Learning) ‘ความคิดสร้างสรรค์’ (Creativity) เป็นต้น

ในส่วนของคอนเทนต์ยอดนิยมที่มียอดไลค์สูงสุดคือ ‘ตลก’ (Comedy) และ ‘ความสามารถพิเศษ’ (Talent) ส่วนประเภทคอนเทนท์ที่มีคนติดตามมากที่สุดคือ ‘ตลก’ (Comedy) และ ‘อาหาร’ (Food) แสดงให้เห็นถึงค่านิยมคนไทยที่ให้ความสำคัญกับความบันเทิง ความสนุก และอาหารการกิน โดยรูปแบบของคอนเทนต์ที่ครีเอเตอร์คนไทยนิยมเล่นมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ Random,  ซูม, Lip Sync, Vlog, เซลฟี และ Duet

5 เหตุผลที่ทำให้ TikTok แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในปัจจุบัน

เราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าจะเลือกใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มในรูปแบบใด หากจะสรุปถึงสิ่งที่ทำให้ TikTok ต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ มีดังนี้คือ

1)   Freshness: เพราะ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มาแรงและกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก

2)   Short Video Trend: TikTok ตอบโจทย์กระแสของคอนเทนท์รูปแบบ Short Form Video

3)   One Stop App: TikTok เป็น One Stop App ในการสร้างสรรค์คอนเทนท์ Short Form Video ได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่การถ่ายวิดีโอ, การตัดต่อ, การใส่ effect ลูกเล่น, การใส่เพลงหรือเสียงประกอบที่ถูกลิขสิทธิ์, การแชร์คอนเท็นท์ในแพลตฟอร์ม TikTok และการเชื่อมไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

4)   Challenge Marketing: TikTok เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมกับ Challenge ดังมากมาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดหรือกิจกรรมทางออนไลน์ที่กำลังมาแรงมากในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นบน TikTok

5)   Machine Learning: TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่โดดเด่นในเรื่องการใช้ machine learning มาจับและวิเคราะห์คอนเทนท์เพื่อให้ผู้ใช้ได้ชมคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์ความสนใจ (interest) ได้อย่างแม่นยำซึ่งความโดดเด่นนี้นอกจากจะทำให้ผู้ชมคอนเทนท์รู้สึกเพลิดเพลินในการใช้เวลาใน TikTok แล้ว สำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนท์หรือครีเอเตอร์ TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คอนเทนท์ไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามในแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกด้วย

#TikTokUni ปลุกกระแสคอนเทนท์แนว Edutainment ในเมืองไทย

นอกจากนี้ ลักศมียังเชื่อมั่นในอัตราการเติบโตของ TikTok ที่เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกวัยและทุกความสนใจด้วยกลยุทธ์ Content Diversification และเน้นการขยายการรับรู้ ควบคู่กับการส่งเสริมครีเอเตอร์กลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น เช่นเปิดตัวแคมเปญ #TikTokUni เพื่อยกระดับให้ TikTok เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มเพื่อความบันเทิง แต่ส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่เป็นสาระและความรู้มากขึ้น โดยเน้นนำเสนอสาระบันเทิงที่สนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงการเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นเครื่องมือทางการตลาดดิจิทัลที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและลึกต่อไป

TikTok ยังทดลองเปิดฟีเจอร์ Live-streaming ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มที่หลายหลายให้กับผู้ใช้งาน เพื่อสร้างความสุขและแรงบันดาลใจพร้อมสร้างปฎิสัมพันธ์กับผู้ใช้ โดยในประเทศไทยเราได้จับมือกับพิธีกรดังมากความสามารถอย่าง วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา และ ป๊อก Mindset นำร่อง Live-streaming ครั้งแรก เพื่อสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงให้กับพี่น้องชาวไทย และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้งาน

จากนี้คงต้องติดตามก้าวต่อไปของ TikTok ว่าจะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ และเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มสายเอนเตอร์เทนท์ ที่เน้นความตลก อาหาร ความสามารถพิเศษ สู่ความเป็นแพลตฟอร์มที่มีสาระบันเทิงให้คนไทยมีความรู้มากขึ้นได้หรือไม่ ?

อภิพร วัชรสินธุ์